สำนักงานสัตวแพทยสภา  
   

 ดาวน์โหลดประกาศสพ.สภ.๑๗/๒๕๖๔ หลักสูตรการกักกันสัตว์และซากสัตว์-ปรับปรุง.pdf


ประกาศสัตวแพทยสภา

ที่  ๑๗ / ๒๕๖๔

เรื่อง   หลักสูตรการกักกันสัตว์และซากสัตว์

 ----------------------------- 

                    ตามข้อบังคับสัตวแพทยสภาว่าด้วยเรื่องอื่นๆอันอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์หรืออำนาจหน้าที่ของสัตวแพทยสภาในการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของบุคคลที่สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์พ.ศ.๒๕๖๓  และประกาศสัตวแพทยสภาที่ ๖๐/๒๕๖๓  เรื่อง กิจกรรม หลักสูตร คุณสมบัติ บทบาทและหน้าที่ของบุคคลที่สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ โดยความเห็นชอบจากการประชุมคณะกรรมการสัตวแพทยสภาครั้งที่ ๓ / ๒๕๖๔  เมื่อวันพฤหัสบดีที่  ๑๘  มีนาคม  ๒๕๖๔  ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นชอบหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานกักกันสัตว์และซากสัตว์  สัตวแพทยสภา จึงขอประกาศใช้หลักสูตรการกักกันสัตว์และซากสัตว์  ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

ชื่อประกาศนียบัตร

ภาษาไทย: ประกาศนียบัตรการกักกันสัตว์และซากสัตว์

ภาษาอังกฤษ: Certificate of Practices and Control for Animal and Carcass Quarantine

ปรัชญาของหลักสูตร

        การควบคุมและดูแลกักกันสัตว์และซากสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ กฎหมายว่าด้วยสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการกักกันสัตว์และซากสัตว์ ตามขอบเขต และบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพตามประกาศสัตวแพทยสภาที่ ๖๐/๒๕๖๓ เรื่องกิจกรรม หลักสูตร คุณสมบัติ บทบาทและหน้าที่ของบุคคลที่สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ และให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวปฏิบัติระหว่างประเทศตามที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) ระบุตามชนิดสัตว์และซากสัตว์ ให้มีบทบาทตามลักษณะการกักกันสัตว์และซากสัตว์ ๒ ลักษณะ

        ๑. การกักกันสัตว์และซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร

        ๒. การกักกันสัตว์และซากสัตว์ระหว่างประเทศ

สถานที่ปฏิบัติงานและการควบคุมการปฏิบัติงานตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งมอบหมายกำหนด  

การประเมินผล

         ๑. หลังสิ้นสุดการฝึกอบรมให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมประเมินผลความรู้ และความเข้าใจ โดยการสอบข้อเขียน และ/หรือสอบสัมภาษณ์ และ/หรือการสอบปฏิบัติ โดยคณะวิทยากร และกรรมการผู้จัดการฝึกอบรม ตามเกณฑ์การวัดผลการเรียนรู้  และต้องมีผลการสอบของการวัดผลโดยมีคะแนนรวมไม่น้อยกว่า  ๖๐%  จึงถือว่าสอบผ่าน  กรณี ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่ผ่านการประเมินผล ให้เข้ารับการประเมินใหม่ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

        ๒.การประเมินผลโครงการฝึกอบรม โดยคณะอนุกรรมการฯที่สัตวแพทยสภาแต่งตั้ง ประเมินผลโครงการฝึกอบรม โดยวิธีการที่กำหนดตามความเหมาะสม และรายงานต่อสัตวแพทยสภา

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

        จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สัตวศาสตร์ หรือเทียบเท่า เมื่อผู้ผ่านการอบรม และการปฏิบัติงานตามหลักสูตรที่สัตวแพทยสภารับรองแล้ว ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากสัตวแพทยสภา และต้องได้รับการอบรมทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ทุกๆ ห้าปี โดย   สัตวแพทยสภาจะดำเนินการส่งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมเพื่อขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

วิธีการฝึกอบรม

       -  การบรรยาย

       -  การดูงานและฝึกปฏิบัติ

       -  หรือการสัมมนากลุ่มย่อย

รายละเอียดหลักสูตรการกักกันและซากสัตว์

       ภาคทฤษฎี       ๒๔     ชั่วโมง           

        ภาคปฏิบัติการ    ๖      ชั่วโมง

หลักสูตรสำหรับฝึกอบรมพนักงานกักกันและซากสัตว์ แยกเป็น ๓ หน่วย ดังนี้

หน่วยที่ ๑ พระราชบัญญัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกักกันสัตว์และซากสัตว์

หัวข้อที่ ๑  พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ.๒๕๔๕ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายละเอียด  อธิบายรายละเอียดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ หมวดที่ ๑ ถึง ๗ และบทเฉพาะกาล

หัวข้อที่ ๒  ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดสัตว์ชนิดอื่นตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดโรคระบาดสัตว์อื่นตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ จำนวน ๒ ชั่วโมง

รายละเอียด

ชนิดสัตว์ และชนิดโรคระบาดสัตว์ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หัวข้อที่ ๓ ระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการตรวจรับรองสถานกักกันสัตว์และที่พักซากสัตว์เอกชน จำนวน ๒ ชั่วโมง

รายละเอียด

การปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว

หัวข้อที่ ๔ หลักปฏิบัติในการกักกันสัตว์และซากสัตว์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน จำนวน ๒ ชั่วโมง

รายละเอียด

มีความเข้าใจการปฏิบัติที่ดีสำหรับการขนส่งซากสัตว์และเนื้อสัตว์ เพื่อความปลอดภัยต่อการบริโภค ลดโอกาสปนเปื้อนจากจุลินทรีย์อื่น ๆ

หน่วยที่ ๒ หลักสวัสดิภาพสัตว์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ ชั่วโมง

หัวข้อที่ ๑ หลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์ จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายละเอียด

เพื่อให้คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ในขณะการกักกันไม่ให้ขัดกับกฎหมายว่าด้วยเรื่องการจัดสวัสดิภาพสัตว์

หัวข้อที่ ๒ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เรื่อง การจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๖๑ จำนวน ๑ ชั่วโมง

รายละเอียด

ความหมายและสิ่งที่ต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมรวมถึงการเปรียบเทียบตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการเปรียบเทียบตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิการสัตว์ พ.ศ. ๒๕๖๐

หน่วยที่ ๓ การเฝ้าระวังโรค การสังเกตอาการและรอยโรค การเก็บตัวอย่าง การรายงานการเฝ้าระวังโรค   โดยปฏิบัติงานในด่านกักกันสัตว์รวมทั้งคอกสัตว์เอกชน และการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Movement)

หัวข้อที่ ๑ การเฝ้าระวังโรค การสังเกตอาการและรอยโรค การรายงานการเฝ้าระวังโรค จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายละเอียด หลักการเฝ้าระวังโรคเบื้องต้น และการสังเกตอาการรอยโรคที่สำคัญ มีความสามารถ  ในการรายงานโรคในระหว่างการกักสัตว์และซากสัตว์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อที่ ๒ การบังคับสัตว์เพื่อการเก็บตัวอย่าง และการเก็บตัวอย่างด้วยวิธีพิเศษ จำนวน Sample Size การขนส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการ จำนวน ๖ ชั่วโมง (ภาคปฏิบัติ)

รายละเอียด การบังคับสัตว์เพื่อการเก็บตัวอย่างอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของตัวสัตว์และผู้ปฏิบัติงาน การเก็บตัวอย่างด้วยวิธีพิเศษ อาทิ การเก็บซีรั่ม เก็บพลาสมา หรือกรณีสงสัยโรคระบาดสัตว์ร้ายแรง การระบุรายละเอียดของตัวอย่าง จำนวน Sample Size การขนส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการ    การเลือกห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม

หัวข้อที่ ๓ การแนะนำโปรแกรมและการติดตั้งโปรแกรมระบบเคลื่อนย้ายและซากสัตว์ผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (E-Movement) จำนวน ๒ ชั่วโมง

รายละเอียด

ที่มาความสำคัญของโปรแกรมและการติดตั้งระบบเคลื่อนย้ายและซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  (E-Movement) รวมถึงการติดตั้งโปรแกรมทั้ง ๒ ระบบปฏิบัติการ คือ ระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ IOS

 

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน       

 

                              ประกาศ  ณ  วันที่  ๑๙   เดือนมีนาคม  พ.ศ.๒๕๖๔

 

 

                                                                                (ผศ.นายสัตวแพทย์ ดร.ธวัชชัย   ศักดิ์ภู่อร่าม)

                                                                                              นายกสัตวแพทยสภา